อัปเดตล่าสุด: 28 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 12, 13, 14, 15, 18, 20 และอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ · ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ข้อ 4 และข้อ 8 · แบบ ทพ. และคู่มือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า · ข้อหารือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สรุปสั้นที่สุด
ใบทะเบียนพาณิชย์คือเอกสารที่นายทะเบียนออกให้หลังจากคุณยื่นจดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ใช้แบบพิมพ์ที่เรียกว่า พค.0403
เป็นคนละอย่างกับ แบบ ทพ. ซึ่งเป็นคำขอที่คุณกรอกไปตอนยื่น
และใบนี้ไม่ได้ทำให้กิจการของคุณกลายเป็นนิติบุคคล
ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากิจการของคุณต้องจดทะเบียนหรือไม่ ตอบเช็กลิสต์สี่ข้อที่ กิจการแบบไหนไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ก่อน
ทะเบียนการค้ากับทะเบียนพาณิชย์ ต่างกันไหม
คนจำนวนมากเรียกสิ่งนี้ว่าทะเบียนการค้า หรือใบทะเบียนการค้า และค้นหาด้วยคำนั้น
ชื่อตามกฎหมายคือทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เอกสารที่เราเปิดอ่านทุกฉบับ ทั้งตัวพระราชบัญญัติ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ แบบพิมพ์ และคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้คำว่าทะเบียนพาณิชย์
ดังนั้นเวลาไปติดต่อที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ใช้คำว่าจดทะเบียนพาณิชย์ จะตรงกับที่เจ้าหน้าที่ใช้
ใบทะเบียนพาณิชย์คืออะไร
มาตรา 14 วรรคหนึ่ง เขียนที่มาของใบนี้ไว้ตรง ๆ ว่า เมื่อนายทะเบียนพาณิชย์ได้รับคำขอจดทะเบียน และเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องตามพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ก็ให้รับจดทะเบียนไว้ และให้ออกใบทะเบียนพาณิชย์ให้แก่ผู้ขอ
คู่มือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรียกเอกสารนี้ว่า ใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค.0403) และระบุให้ใช้สำเนาใบนี้เป็นเอกสารประกอบการขอเครื่องหมาย DBD Registered
ข้อจำกัดที่เราต้องบอกไว้ เราไม่ได้เผยแพร่ตัวอย่างหน้าตาของใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่นี่ เพราะยังไม่พบแบบพิมพ์เปล่าของ พค.0403 บนเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เหตุผลน่าจะเป็นเพราะเป็นแบบที่นายทะเบียนออกให้ ไม่ใช่แบบที่ประชาชนกรอกเอง จึงไม่มีให้ดาวน์โหลดเหมือนแบบ ทพ.
ใบทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้ทำให้เป็นนิติบุคคล
เรื่องนี้คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าวินิจฉัยไว้ว่า ใบทะเบียนพาณิชย์ที่ออกตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มิได้เป็นการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด (หนังสือที่ พณ 0805/2205 ลงวันที่ 18 กันยายน 2552)
ถือใบนี้แล้วคุณยังเป็นบุคคลธรรมดาเหมือนเดิม ทรัพย์สินส่วนตัวกับกิจการยังเป็นก้อนเดียวกันในสายตากฎหมาย
รายการที่ต้องจดทะเบียน สิบข้อตามมาตรา 12
มาตรา 12 กำหนดว่าการจดทะเบียนพาณิชย์นั้นให้มีรายการดังต่อไปนี้
- ชื่อ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ และตำบลที่อยู่ของผู้ประกอบพาณิชยกิจ
- ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ
- ชนิดแห่งพาณิชยกิจ
- จำนวนเงินทุนซึ่งนำมาใช้ในการประกอบพาณิชยกิจเป็นประจำ
- ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ สาขา โรงเก็บสินค้า และตัวแทนค้าต่าง
- ชื่อ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ตำบลที่อยู่ และจำนวนทุนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน และจำนวนเงินทุนของห้างหุ้นส่วน
- จำนวนเงินทุน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นของบริษัทจำกัด จำนวน และมูลค่าหุ้นที่บุคคลแต่ละสัญชาติถืออยู่
- วันที่เริ่มต้นประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย
- วันขอจดทะเบียนพาณิชย์
- ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ ชื่อ สัญชาติ และตำบลที่อยู่ของผู้โอนพาณิชยกิจให้ วันที่และเหตุที่ได้รับโอน
จุดที่คนอ่านผิดบ่อย ข้อ 5 รวมทั้งสำนักงานแห่งใหญ่ สาขา โรงเก็บสินค้า และตัวแทนค้าต่าง ไว้ในข้อเดียว ไม่ได้แยกเป็นสองข้อ
ส่วนข้อ 6 และข้อ 7 เป็นรายการสำหรับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ซึ่งยังคงอยู่ในตัวพระราชบัญญัติ แต่ข้อ 4 ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 กำหนดว่าไม่ให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์แก่ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด รายละเอียดอยู่ใน บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว
แบบ ทพ. คำขอที่คุณกรอก มีสิบสี่ช่อง
แบบ ทพ. ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดมีสองหน้า และมีช่องกรอกหมายเลข [1] ถึง [14]
หน้าแรกคือช่อง [1] ถึง [10] ได้แก่ ชื่อผู้ประกอบพาณิชยกิจ · ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ · ชนิดแห่งพาณิชยกิจโดยมีที่ว่างสี่บรรทัด · จำนวนเงินทุนที่นำมาใช้เป็นประจำ · ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ · ชื่อผู้จัดการ · วันที่เริ่มต้นประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย · วันที่ขอจดทะเบียนพาณิชย์ · การรับโอนพาณิชยกิจ · ที่ตั้งสำนักงานสาขาและโรงเก็บสินค้า
หน้าที่สองคือช่อง [11] ถึง [14] ได้แก่ ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน · จำนวนเงินทุน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นของบริษัทจำกัด · ผู้เป็นหุ้นส่วนออกหรือตาย · และช่องอื่น ๆ ปิดท้ายด้วยคำรับรองของผู้ประกอบพาณิชยกิจ และช่องบันทึกของนายทะเบียนพาณิชย์
สังเกตว่าแบบฟอร์มสร้างขึ้นตามมาตรา 12 ทีละข้อ ช่อง [11] ตรงกับข้อ 6 ซึ่งเป็นรายการของผู้เป็นหุ้นส่วน และช่อง [12] ตรงกับข้อ 7 ซึ่งเป็นรายการของบริษัทจำกัด
กล่องประเภทคำขอด้านบนของแบบระบุว่า กรณีจดทะเบียนพาณิชย์ให้กรอกช่อง [1] ถึง [8] ส่วนช่อง [9] ถึง [12] ให้เลือกกรอกตามแต่กรณี
ช่องที่คนมักไม่ทันเตรียม คือจำนวนเงินทุนที่นำมาใช้เป็นประจำ ซึ่งต้องระบุตัวเลขตอนยื่น
เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่น และเวลาที่ใช้ อยู่ใน ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม 2569
ใบทะเบียนพาณิชย์มีอายุไหม ต้องต่อทุกปีหรือเปล่า
มีเว็บไซต์จำนวนหนึ่งเขียนว่าต้องต่อทะเบียน เราจึงไล่อ่านตัวบทเพื่อหาบทบัญญัติเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เราอ่านมาตรา 12 ถึงมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 จากฉบับรวมแก้ไขที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ ซึ่งเป็นช่วงมาตราที่ว่าด้วยรายการที่ต้องจด การเปลี่ยนแปลงรายการและการเลิก การออกใบและใบแทน ป้ายชื่อ และการถอนใบทะเบียน
ในช่วงมาตราดังกล่าวไม่ปรากฏบทบัญญัติเรื่องอายุของใบทะเบียนพาณิชย์หรือการต่ออายุ สิ่งที่ตัวบทกำหนดไว้คือหน้าที่ยื่นจดทะเบียนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเลิกกิจการตามมาตรา 13 การขอใบแทนเมื่อใบสูญหายตามมาตรา 14 วรรคสอง และการถอนใบทะเบียนตามมาตรา 16 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการหมดอายุ
เราเขียนตามที่อ่านพบเท่านั้น ไม่ได้สรุปแทนกฎหมาย ถ้าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แจ้งเป็นอย่างอื่น ขอให้ถามว่าอ้างจากบทบัญญัติหรือระเบียบฉบับใด
ได้ใบมาแล้วต้องทำอะไรต่อ
มีหน้าที่ต่ออีกสองอย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้
ต้องแสดงใบไว้ในที่เปิดเผย มาตรา 14 วรรคสาม กำหนดให้แสดงใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยซึ่งอาจเห็นได้ง่าย
ต้องมีป้ายชื่อ มาตรา 15 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าเมื่อได้จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ให้จัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจไว้ที่หน้าสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขาโดยเปิดเผย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียน
วรรคสองกำหนดว่าป้ายชื่อนี้ให้เขียนเป็นอักษรไทย อ่านได้ง่ายและชัดเจน และจะมีอักษรต่างประเทศด้วยก็ได้ ไม่ว่าจะกระทำบนแผ่นไม้ แผ่นโลหะ แผ่นกระจก กำแพง หรือผนัง
วรรคสามกำหนดว่าชื่อในป้ายก็ดี ในเอกสารใด ๆ ก็ดี ต้องใช้ให้ตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ และถ้าเป็นสำนักงานสาขาต้องมีคำว่า สาขา ไว้ด้วย
ถ้าละเลยข้อใดข้อหนึ่ง มาตรา 20 กำหนดโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และในกรณีความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท
มาตรา 15 เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2499 ซึ่งยังไม่มีร้านออนไลน์ คนขายออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านจึงควรสอบถามนายทะเบียนในพื้นที่ว่าต้องปฏิบัติอย่างไร
ใบหาย ทำยังไง
มาตรา 14 วรรคสอง กำหนดว่าถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่สูญหาย
ค่าธรรมเนียมการขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ อยู่ที่ฉบับละ 30 บาท ตามอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ
เปลี่ยนแปลงข้อมูลในใบ หรือเลิกกิจการ
มาตรา 13 กำหนดว่าการเปลี่ยนแปลงรายการใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 ก็ดี การเลิกประกอบพาณิชยกิจโดยเหตุใด ๆ ก็ดี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือวันที่เลิก
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ครั้งละ 20 บาท และจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ครั้งละ 20 บาท
เรื่องการจดทะเบียนเลิกมีรายละเอียดอีกพอสมควร ทั้งเอกสารหกรายการที่ต้องเตรียม กรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจเสียชีวิต วิกลจริต หรือสาบสูญ และคำถามว่าไม่ไปจดเลิกแล้วจะเป็นอะไร รวมไว้ที่ ยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ ต้องทำยังไง ไม่ยกเลิกแล้วเป็นอะไรไหม
ใครขอดูใบของคนอื่นได้บ้าง
ตามมาตรา 18 คำว่า “ผู้ใด” หมายถึงบุคคลทั่วไป ใครก็ตามขอตรวจดู ขอคัดสำเนา และขอรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ของผู้อื่นได้เมื่อเสียค่าธรรมเนียม โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของกิจการ (หนังสือที่ พณ 0805.05/189 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552)
ค่าธรรมเนียมขอตรวจดูเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ครั้งละ 20 บาท และขอให้คัดสำเนาและรับรองสำเนา ฉบับละ 30 บาท
ตัวอย่าง ถ้าจะโอนเงินก้อนใหญ่ให้ร้านที่ไม่เคยซื้อด้วย คุณเดินไปที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในเขตที่ร้านนั้นตั้งอยู่ แล้วขอคัดสำเนาเอกสารการจดทะเบียนของเขาได้เลย โดยเขาไม่ต้องยินยอม
ถ้าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ใบเดิมสิ้นผลแล้ว
ข้อ 8 ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 กำหนดว่าใบทะเบียนพาณิชย์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ที่นายทะเบียนออกให้ก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ เป็นอันสิ้นผลไป
ไม่ต้องไปยื่นเลิก ไม่ต้องคืนใบ มันสิ้นผลด้วยตัวเอง
ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับใบทะเบียนพาณิชย์
อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติมีหกรายการ
- จดทะเบียนพาณิชย์ 50 บาท
- จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ครั้งละ 20 บาท
- จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ครั้งละ 20 บาท
- ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ 30 บาท
- ขอตรวจดูเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ครั้งละ 20 บาท
- ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสาร ฉบับละ 30 บาท
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 12, 13, 14, 15, 16, 18, 20 และอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ (สำเนา)
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดพาณิชยกิจที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนและพาณิชยกิจที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 พ.ศ. 2567 ข้อ 4 และข้อ 8 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 152 ง หน้า 6-7 วันที่ 4 มิถุนายน 2567) (สำเนา)
- แบบ ทพ. คำขอจดทะเบียนพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำเนา)
- คู่มือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำเนา)
- ข้อหารือเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หนังสือที่ พณ 0805/2205 ลงวันที่ 18 กันยายน 2552 และ พณ 0805.05/189 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 (สำเนา)
ประวัติการแก้ไข (1 รายการ)
28 ส.ค. 2569
- เติมคำว่าใบทะเบียนการค้าในคำโปรยและในย่อหน้าที่อธิบายว่าคนเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร เพราะเป็นคำที่คนใช้ค้นหา เนื้อหาและข้อเท็จจริงไม่เปลี่ยน
11 ส.ค. 2569
- เผยแพร่ครั้งแรก
บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมายและเอกสารราชการที่อ้างถึง ณ วันที่ระบุด้านบน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในพื้นที่ก่อนดำเนินการ