อัปเดตล่าสุด: 9 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดพาณิชยกิจที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนและพาณิชยกิจที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 พ.ศ. 2567 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 152 ง หน้า 6-7 วันที่ 4 มิถุนายน 2567) และพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
อ่านตรงนี้ก่อน ถ้าเคยหาข้อมูลเรื่องนี้มาแล้ว
บทความเรื่องนี้เกือบทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงที่เขียนในปี 2568-2569 ยังอ้างประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2553
ประกาศฉบับนั้นถูกยกเลิกไปแล้ว โดยประกาศฉบับปี 2567 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2567
ข้อ 3 ของประกาศใหม่ยกเลิกประกาศเดิมสองฉบับ คือประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 93 (พ.ศ. 2520) ลงวันที่ 28 มีนาคม 2520 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่เลขประกาศ แต่คือตัวเกณฑ์และตัวผู้มีหน้าที่
สรุปกฎปัจจุบัน
ถ้าคุณเป็น บุคคลธรรมดา หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นอาชีพปกติ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ ค่าธรรมเนียม 50 บาท
ถ้าคุณเป็น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือบริษัทมหาชนจำกัด — ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว
จุดที่เปลี่ยนมากที่สุด: นิติบุคคลหลุดออกจากบังคับ
เดิมบริษัทที่ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์เพิ่มอีกหนึ่งใบ แม้จะจดนิติบุคคลไว้แล้ว เพราะประกาศเก่ามีข้อยกเว้นซ้อนสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประกาศปี 2567 ตัดเรื่องนี้ออก ข้อ 4(1) ยกเว้นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบริษัทมหาชนจำกัด ออกจากบังคับของพระราชบัญญัติ โดยไม่มีข้อยกเว้นซ้อนอีก ส่วนข้อ 5 ซึ่งกำหนดว่าใครต้องจด ระบุเฉพาะบุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนสามัญ
ข้อ 4(2) ยังยกเว้นกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 ด้วย
และข้อ 8 กำหนดต่อว่า ใบทะเบียนพาณิชย์ที่นายทะเบียนเคยออกให้นิติบุคคลเหล่านี้ก่อนประกาศใช้บังคับ เป็นอันสิ้นผลไป
ตัวอย่าง
- บริษัทจำกัดที่ขายของใน Shopee มาห้าปี เคยจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้เมื่อปี 2565 — ใบนั้นสิ้นผลตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2567 และไม่ต้องไปจดใหม่
- ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล ขายของออนไลน์ — ยังต้องจดอยู่ ตรงนี้คือจุดที่ชื่อคล้ายกันแล้วคนสับสนมากที่สุด ให้ดูจากหนังสือรับรองหรือเลขทะเบียน 13 หลักว่าเป็นนิติบุคคลหรือไม่
ส่วนบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ และนิติบุคคลต่างประเทศที่ตั้งสาขาในไทย ซึ่งจดไว้ก่อนหน้า ข้อ 7 ให้ถือว่าเป็นผู้จดทะเบียนตามประกาศใหม่แล้ว ไม่ต้องจดซ้ำ
ถ้าคุณเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด อ่านรายละเอียดเฉพาะกรณีนี้ได้ที่ บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว
เกณฑ์เงินเปลี่ยน แต่ไม่ได้ใช้กับทุกกรณี
ประกาศเดิมใช้เกณฑ์ขายได้วันละ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าไว้เพื่อขายรวม 500 บาทขึ้นไป ประกาศปี 2567 ปรับเป็น 300 บาท และ 10,000 บาท
แต่จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ เกณฑ์นี้ไม่ได้ผูกกับทุกข้อ
ข้อ 5(2) การขายสินค้าทั่วไป มีเกณฑ์ คือขายได้ในวันหนึ่งวันใดตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าไว้เพื่อขายมูลค่ารวมตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
ข้อ 5(4) การประกอบหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรม มีเกณฑ์เช่นกัน
แต่ข้อ 5(5) การซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่มีตัวเลขกำกับไว้เลย
ตามตัวบท การขายผ่านอินเทอร์เน็ตจึงไม่มีเพดานขั้นต่ำ สิ่งที่ยังใช้เป็นเส้นแบ่งคือคำว่า “เป็นอาชีพปกติ” ตามมาตรา 5(4) แห่งพระราชบัญญัติ ไม่ใช่จำนวนเงิน
ตัวอย่าง
- ร้านขายเครื่องสำอางในไลน์ วันไหนขายได้ 200 บาท วันไหนไม่ได้เลย — ยอดต่ำกว่า 300 บาท แต่ถ้าทำเป็นอาชีพปกติ ก็ยังเข้าข่ายข้อ 5(5) ซึ่งไม่มีเกณฑ์เงิน
- คนทำงานประจำที่ขายของหน้าร้านเสาร์อาทิตย์ ขายได้วันละ 250 บาท ไม่มีสต๊อกค้าง — ไม่เข้าเกณฑ์ข้อ 5(2) เพราะต่ำกว่า 300 บาทและสินค้าไม่ถึง 10,000 บาท
- คนทำงานแฮนด์เมดขายเอง มีวัสดุและของพร้อมขายในบ้านรวม 15,000 บาท — เข้าข่ายข้อ 5(4) จากมูลค่าสินค้าที่ผลิตได้
เส้นแบ่งจริงคือคำว่า “เป็นอาชีพปกติ”
มาตรา 5(4) นิยาม “ผู้ประกอบพาณิชยกิจ” ว่าหมายถึงบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งประกอบพาณิชยกิจ เป็นอาชีพปกติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยวินิจฉัยว่า การขายสินค้าหรือบริการผ่าน Facebook, Instagram หรือ Line ถือเป็นการขายโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จึงต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่ทั้งนี้ต้องขายเป็นอาชีพปกติ (หนังสือที่ พณ 0806/2313 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556)
ตัวอย่าง
- ป้าที่ขายเสื้อผ้ามือสองในกลุ่มเฟซบุ๊ก เดือนละสองสามตัว ตัวละสองร้อย — ไม่ใช่อาชีพปกติ ไม่ต้องจด
- คนทำงานประจำที่รับพรีออเดอร์ของจากเกาหลีทุกเดือน มีลูกค้าประจำ — เป็นอาชีพปกติแล้ว ต้องจด แม้จะทำเป็นงานเสริม
- นักศึกษาที่ขายเสื้อรุ่นครั้งเดียวจบ — ไม่ต้องจด
เว็บแบบไหนเข้าข่าย แบบไหนไม่เข้า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยออกคำชี้แจงระบุตัวอย่างไว้ ซึ่งยังใช้เป็นแนวเข้าใจได้
เข้าข่ายต้องจด — มีระบบสั่งซื้อ เช่นฟอร์มหรือตะกร้าหรืออีเมล / มีระบบชำระเงินไม่ว่าออนไลน์หรือออฟไลน์ / มีระบบสมาชิกที่คิดค่าใช้จ่าย / มีวัตถุประสงค์หลักรับจ้างโฆษณาสินค้าของผู้อื่นและมีรายได้จากโฆษณานั้น / รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ / เว็บเกมออนไลน์ที่คิดค่าบริการ / เว็บที่ส่งมอบสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต เช่นดาวน์โหลดเพลงหรือโปรแกรม
ไม่เข้าข่าย — โชว์สินค้าตัวเองแต่ค้าขายทางช่องทางปกติ แม้จะเขียนว่าสนใจโทรติดต่อ / โฆษณาสินค้าตัวเองโดยการโฆษณาไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก แม้จะมีแบนเนอร์ของผู้อื่นมาติดและมีรายได้จากแบนเนอร์ / เผยแพร่ข้อมูลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เช่นเพื่อการสอนหรือประกาศรับสมัครงาน / เว็บไซต์ส่วนตัว / เว็บสื่อกลางแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่เก็บค่าสมาชิก
ตัวอย่าง
- เว็บบริษัทที่โชว์สินค้าแล้วเขียนว่าสนใจโทรสอบถาม ไม่มีตะกร้าไม่มีระบบชำระเงิน — ไม่เข้าข่าย
- เว็บบล็อกที่เขียนรีวิวแล้วติดโฆษณาหารายได้เป็นหลัก — เข้าข่าย เพราะวัตถุประสงค์หลักคือรายได้จากโฆษณาของผู้อื่น
กิจการบริการส่วนใหญ่ไม่ต้องจด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าวินิจฉัยว่า การรับเหมาก่อสร้าง ติดตั้งงานเหล็ก ติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศ จึงไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (หนังสือที่ พณ 0805.02/1515 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2554) เช่นเดียวกับการรับจ้างทำของ บริการซัก อบ รีด และการรับจ้างขนส่งทั่วไป
ตัวอย่าง
- ผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก — ไม่ต้องจด เพราะรับเหมาก่อสร้างไม่อยู่ในบังคับ
- แต่ถ้าผู้รับเหมาคนเดียวกันเปิดขายวัสดุก่อสร้างด้วย — ส่วนที่ขายของนั่นแหละที่ต้องจด
ใบทะเบียนพาณิชย์ไม่ใช่การจดบริษัท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าวินิจฉัยว่า ใบทะเบียนพาณิชย์ที่ออกตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มิได้เป็นการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด (หนังสือที่ พณ 0805/2205 ลงวันที่ 18 กันยายน 2552)
จดแล้วจะโดนภาษีเพิ่มไหม
หน้าที่เสียภาษีเงินได้เกิดจากการมีรายได้ตามประมวลรัษฎากร ไม่ได้เกิดจากการจดทะเบียนพาณิชย์ ทะเบียนพาณิชย์อยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนภาษีอยู่กับกรมสรรพากร คนละกฎหมายคนละหน่วยงาน
การไม่จดจึงไม่ได้ทำให้พ้นจากภาษี แค่ทำให้ผิดเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง
เอกสารและขั้นตอน
ยื่นที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด เฉพาะในท้องที่นอกเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- คำขอจดทะเบียนพาณิชย์ แบบ ทพ. ฉบับจริง ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- แผนที่แสดงสถานที่ประกอบพาณิชยกิจและสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป พร้อมลงนามรับรอง
- กรณีไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องมีหนังสือให้ความยินยอมให้ใช้สถานที่ โดยเจ้าของลงนามและมีพยานรับรองอย่างน้อย 1 คน พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอม หรือสำเนาสัญญาเช่า
- หนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 10 บาท พร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ ถ้าให้ผู้อื่นยื่นแทน
กรณีพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีเอกสารเพิ่มสองอย่าง คือเอกสารแนบแบบ ทพ. ที่ระบุรายละเอียดเว็บไซต์ หนึ่งเว็บไซต์ต่อหนึ่งชุด และเอกสารการจดโดเมนเนมที่แสดงว่าเป็นเจ้าของโดเมน
คู่มือประชาชนระบุเวลาไว้เป็นขั้น คือตรวจเอกสาร 30 นาที รับชำระค่าธรรมเนียม 5 นาที รับจดทะเบียนและบันทึกข้อมูล 15 นาที ลงนามและมอบใบทะเบียน 10 นาที รวม 60 นาที
หากนายทะเบียนขอเอกสารเพิ่มจากที่กำหนด ทำได้โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พิจารณาเป็นรายกรณี ซึ่งเป็นเหตุที่แต่ละท้องที่ขอเอกสารไม่เหมือนกัน (หนังสือที่ พณ 0805/0272 ลงวันที่ 29 มกราคม 2553)
เครื่องหมาย DBD Registered คนละอย่างกับการจดทะเบียน
การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ทำมีโทษปรับ ส่วน DBD Registered เป็นเครื่องหมายรับรองที่ขอเพิ่มได้ภายหลัง เป็นทางเลือก ไม่ขอก็ไม่ผิด
ยื่นขอได้ที่กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือผ่านเว็บไซต์ trustmarkthai.com โดยใช้สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาเอกสารแนบ ทพ. และสำเนาการจดโดเมนเนมซึ่งต้องเป็นชื่อผู้ประกอบการที่จดทะเบียน
อาจต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. อีกใบ
นอกจากทะเบียนพาณิชย์ซึ่งอยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อาจเข้าข่ายการตลาดแบบตรง ซึ่งต้องจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นคนละใบและคนละหน่วยงาน
ผู้ที่ขายผ่านเว็บไซต์ตัวเองหรือแพลตฟอร์มอย่าง Lazada Shopee TikTok Shop ควรตรวจสอบว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่
หน้าที่หลังจดทะเบียน
มาตรา 14 วรรคสาม ให้แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย และหากสูญหายต้องขอใบแทนภายใน 30 วัน
มาตรา 15 ให้จัดทำป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจไว้หน้าสำนักงานภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียน เขียนเป็นอักษรไทยที่อ่านง่ายชัดเจน และตรงกับชื่อที่จดทะเบียน
มาตรา 13 ถ้าเปลี่ยนแปลงรายการที่จดไว้ หรือเลิกกิจการ ต้องยื่นภายใน 30 วัน
บทลงโทษ
มาตรา 19 ไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ หรือไม่ยอมให้นายทะเบียนสอบสวนหรือตรวจสอบ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และกรณีไม่จดทะเบียนซึ่งเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
มาตรา 20 ไม่แสดงใบทะเบียนหรือไม่ติดป้ายชื่อ ปรับไม่เกิน 200 บาท และกรณีต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท
มาตรา 21 ประกอบกิจการต่อทั้งที่ถูกสั่งถอนใบทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
ค่าธรรมเนียมทั้งหมด
จดทะเบียนพาณิชย์ครั้งละ 50 บาท / จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจครั้งละ 20 บาท / ขอใบแทนฉบับละ 30 บาท / ขอตรวจดูเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่งครั้งละ 20 บาท / ขอคัดสำเนาและรับรองสำเนาฉบับละ 50 บาท
เกร็ดที่คนไม่ค่อยรู้
ตามมาตรา 18 คำว่า “ผู้ใด” หมายถึงบุคคลทั่วไป ใครก็ตามขอตรวจดู ขอคัดสำเนา และขอรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ของผู้อื่นได้เมื่อเสียค่าธรรมเนียม โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของกิจการ (หนังสือที่ พณ 0805.05/189 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552)
ตัวอย่าง ถ้าจะโอนเงินก้อนใหญ่ให้ร้านที่ไม่เคยซื้อด้วย คุณเดินไปที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในเขตที่ร้านนั้นตั้งอยู่ แล้วขอคัดสำเนาเอกสารการจดทะเบียนของเขาได้เลย โดยเขาไม่ต้องยินยอม
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดพาณิชยกิจที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนและพาณิชยกิจที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 พ.ศ. 2567 ข้อ 3, 4, 5, 6, 7, 8 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 152 ง หน้า 6-7 วันที่ 4 มิถุนายน 2567)
- พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 5, 11, 13, 14, 15, 18, 19, 20, 21 และอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ
- คำชี้แจงการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ข้อหารือเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- คู่มือสำหรับประชาชน การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมายและเอกสารราชการที่อ้างถึง ณ วันที่ระบุด้านบน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในพื้นที่ก่อนดำเนินการ