ยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ ต้องทำยังไง ไม่ยกเลิกแล้วเป็นอะไรไหม

อัปเดตล่าสุด: 17 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 13 มาตรา 19 และอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ · ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 8 · คำชี้แจงเพิ่มเติมและคำแนะนำการจดทะเบียนเลิกพาณิชยกิจ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า · คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) กรณีบุคคลธรรมดา

สรุปสั้นที่สุด

เลิกกิจการแล้วต้องยื่นจดทะเบียนเลิกภายใน 30 วัน ค่าธรรมเนียม 20 บาท เอกสารหลักคือแบบ ทพ. กับใบทะเบียนพาณิชย์ตัวจริง

แต่ถ้าคุณเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ต้องไปจดเลิก เพราะใบทะเบียนพาณิชย์ของนิติบุคคลสิ้นผลไปเองแล้ว

นิติบุคคลไม่ต้องไปจดเลิก

ข้อ 8 ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 กำหนดว่าใบทะเบียนพาณิชย์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ที่นายทะเบียนออกให้ก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ เป็นอันสิ้นผลไป

คำชี้แจงเพิ่มเติมที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ ระบุตรงกันว่าใบของนิติบุคคลสิ้นผลทันทีโดยประกาศฉบับใหม่ และไม่ต้องจดทะเบียนเลิก

ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ไม่ต้องคืนใบ รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ใน บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว

คนที่ยังต้องจดเลิกคือบุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังอยู่ในบังคับตามข้อ 5 ของประกาศฉบับเดียวกัน

หน้าที่จดเลิก อยู่ในมาตรา 13

มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 เขียนไว้ว่า

การเปลี่ยนแปลงรายการใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 ก็ดี การเลิกประกอบพาณิชยกิจโดยเหตุใด ๆ ก็ดี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์แห่งท้องที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในสามสิบวัน นับแต่วันเปลี่ยนแปลง หรือเลิก

คำที่ต้องอ่านให้ดีคือ “โดยเหตุใด ๆ” ไม่ว่าจะเลิกเพราะขายไม่ดี เพราะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น หรือเพราะย้ายไปจดเป็นบริษัท ก็อยู่ในบังคับของมาตรานี้เหมือนกัน

และนับสามสิบวันจากวันที่เลิกจริง ไม่ใช่วันที่นึกขึ้นได้

เอกสารที่ต้องใช้

เอกสาร “คำขอและเอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์” ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุรายการสำหรับบุคคลธรรมดา กรณีจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ไว้หกรายการ

  1. แบบ ทพ. คำขอจดทะเบียนพาณิชย์ ใช้ทั้งสองหน้า
  2. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ประกอบพาณิชยกิจ หรือทายาทที่ยื่นคำขอแทน หรือผู้แทนตามคำสั่งศาล (กรณีมอบอำนาจให้จดทะเบียน)
  3. ใบทะเบียนพาณิชย์
  4. สำเนาใบมรณบัตรของผู้ประกอบพาณิชยกิจ (กรณีถึงแก่กรรม) หรือสำเนาคำสั่งศาล (กรณีวิกลจริต สาบสูญ)
  5. สำเนาหลักฐานแสดงความเป็นทายาทของผู้ลงชื่อแทนผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งถึงแก่กรรม หรือคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
  6. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

รายการที่คนลืมบ่อยที่สุดคือใบทะเบียนพาณิชย์ ต้องเอาใบเดิมไปด้วย ถ้าไปแต่แบบ ทพ. อย่างเดียว จะทำธุระไม่จบในวันนั้น

รายการที่ 4 และ 5 ใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่ได้ไปยื่นเอง ซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป

กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล หรือกิจการร่วมค้า เอกสารฉบับเดียวกันระบุไว้ห้ารายการ ต่างกันที่ใช้สำเนาบัตรประจำตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการ และต้องแนบสัญญาหรือข้อตกลงให้เลิกห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลเพิ่ม

ข้อควรระวังเรื่องแหล่งข้อมูล คำแนะนำการจดทะเบียนเลิกพาณิชยกิจของกรมฯ ระบุไว้เพียงสองรายการ คือแบบ ทพ. และหนังสือมอบอำนาจ เพราะเป็นรายการแบบพิมพ์ที่ต้องดาวน์โหลด ไม่ใช่รายการเอกสารทั้งหมด เอกสารที่ไม่ใช่แบบพิมพ์ เช่น ใบทะเบียนพาณิชย์และมรณบัตร อยู่ในเอกสารคนละฉบับ

แบบที่ใช้เป็นแบบเดียวกับตอนจดทะเบียนตั้งใหม่ ไม่มีแบบเฉพาะสำหรับการเลิก ช่องกรอกทั้งสิบสี่ช่องของแบบ ทพ. อธิบายไว้ใน ใบทะเบียนพาณิชย์คืออะไร ต่างจากทะเบียนการค้าไหม

ถ้าผู้ประกอบพาณิชยกิจเสียชีวิต วิกลจริต หรือสาบสูญ

มาตรา 13 กำหนดหน้าที่ยื่นจดทะเบียนเลิกไว้กับผู้ประกอบพาณิชยกิจ แต่ไม่ได้ระบุว่าใครยื่นแทนได้เมื่อผู้มีหน้าที่ไม่อยู่แล้ว

เอกสาร “คำขอและเอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์” ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตอบเรื่องนี้ไว้ในรายการเอกสาร โดยระบุถึง ทายาทที่ยื่นคำขอแทน และ ผู้แทนตามคำสั่งศาล พร้อมเอกสารที่ใช้ในแต่ละกรณี

กรณีถึงแก่กรรม

ทายาทยื่นคำขอแทนได้ โดยแนบสำเนาใบมรณบัตรของผู้ประกอบพาณิชยกิจ และสำเนาหลักฐานแสดงความเป็นทายาทของผู้ลงชื่อแทน หรือคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก

กรณีวิกลจริต

ผู้ที่ยื่นคือผู้แทนตามคำสั่งศาล และเอกสารที่ใช้คือสำเนาคำสั่งศาล

กรณีสาบสูญ

ใช้สำเนาคำสั่งศาลเช่นเดียวกับกรณีวิกลจริต เอกสารของกรมฯ จัดสองกรณีนี้ไว้ด้วยกันและระบุเอกสารเดียวกัน

ที่มาของหัวข้อนี้คือเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ใช่ตัวบท มาตรา 13 ใช้คำว่าการเลิกประกอบพาณิชยกิจโดยเหตุใด ๆ ซึ่งครอบคลุมเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เขียนเรื่องผู้ยื่นแทนไว้ เราจึงอ้างจากรายการเอกสารที่กรมฯ เผยแพร่ ไม่ได้อนุมานจากถ้อยคำในมาตรา 13

ค่าธรรมเนียม

อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติกำหนดค่าจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจไว้ ครั้งละ 20 บาท

ถูกกว่าค่าจดทะเบียนตั้งใหม่ซึ่งอยู่ที่ 50 บาท

ไม่จดเลิก แล้วเป็นอะไรไหม

นี่คือคำถามที่คนถามมากที่สุดในเรื่องนี้ และเป็นจุดที่เราต้องบอกตามตรงว่าตัวบทไม่ได้ตอบไว้ชัด

สิ่งที่ตัวบทเขียนไว้

มาตรา 19 กำหนดว่าผู้ประกอบพาณิชยกิจผู้ใด

  1. ไม่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้
  2. แสดงรายการเท็จ หรือ
  3. ไม่มาให้นายทะเบียนสอบสวน ไม่ยอมให้ถ้อยคำ หรือไม่ยอมให้เข้าไปตรวจสอบตามมาตรา 17

มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองพันบาท และในกรณีตาม (1) อันเป็นความผิดต่อเนื่องกัน ให้ชำระค่าปรับเป็นพินัยอีกวันละไม่เกินหนึ่งร้อยบาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

รายละเอียดของบทลงโทษทั้งสามมาตราและระบอบพินัย อยู่ใน ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ โทษเท่าไหร่ ปรับจริงไหม

สิ่งที่อ่านได้สองทาง

ข้อ (1) ใช้ถ้อยคำกว้างว่า “ไม่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้” ไม่ได้จำกัดว่าเป็นการจดทะเบียนตั้งใหม่ และไม่ได้อ้างมาตราใดมาตราหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วนมาตรา 13 ที่กำหนดหน้าที่จดทะเบียนเลิก ก็เป็นบทบัญญัติในพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

อ่านตามถ้อยคำ การไม่จดทะเบียนเลิกจึงอาจเข้าข้อ (1) ได้

แต่มาตรา 19 ไม่ได้เขียนคำว่าการจดทะเบียนเลิกไว้ตรง ๆ และเรายังไม่พบข้อหารือหรือคำวินิจฉัยของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ตอบจุดนี้โดยเฉพาะ

เราจึงไม่ระบุคำตอบชี้ขาดไว้ที่นี่ และจะอัปเดตเมื่อพบเอกสารที่ตอบไว้

สิ่งที่ตามมาถ้าอ่านไปทางที่ครอบคลุม

ถ้าการไม่จดทะเบียนเลิกเข้าข้อ (1) จริง ค่าปรับรายวันจะเดินไปเรื่อยจนกว่าจะไปจด เพราะข้อ (1) เป็นความผิดต่อเนื่อง ต่างจากข้อ (2) และ (3) ที่ไม่มีค่าปรับรายวัน

ในทางปฏิบัติ การไปจดเลิกใช้เวลาไม่นานและเสียเงิน 20 บาท ส่วนการปล่อยไว้ทำให้ต้องอยู่กับความไม่แน่นอนนี้ต่อไป

ตัวอย่าง

  • คนที่จดทะเบียนพาณิชย์ในนามตัวเองไว้ แล้วเลิกขายไปเมื่อปีที่แล้วโดยไม่ได้แจ้ง — ยังอยู่ในบังคับมาตรา 13 และควรไปยื่นจดเลิก
  • คนที่เลิกกิจการเดิมแล้วไปจดตั้งบริษัทใหม่ — เป็นคนละผู้ประกอบการกัน ต้องยื่นจดเลิกในนามบุคคลธรรมดาด้วย
  • บริษัทจำกัดที่เคยจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ก่อนปี 2567 — ไม่ต้องทำอะไร ใบสิ้นผลเองแล้ว
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดนิติบุคคล เลิกขายของออนไลน์ — ยังต้องยื่นจดเลิกภายใน 30 วัน

ยื่นที่ไหน

มาตรา 13 กำหนดให้ยื่น ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์แห่งท้องที่ ส่วนรายชื่อสำนักงานอยู่ในข้อ 6 ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ซึ่งกำหนดให้ยื่น ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเฉพาะในท้องที่นอกเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล

เป็นที่เดียวกับที่ยื่นจดทะเบียนตั้งใหม่

ยื่นทางออนไลน์ได้ไหม

มีช่องทางออนไลน์อยู่จริง และเป็นช่องทางระดับประเทศ ชื่อ Biz Portal ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลให้ธุรกิจติดต่อราชการ

แต่เป็นการยื่นให้นายทะเบียนตรวจคำขอล่วงหน้า ไม่ใช่การจดทะเบียนให้เสร็จทางออนไลน์ ตัวการจดทะเบียนและการชำระค่าธรรมเนียมยังต้องทำที่สำนักงาน

คู่มือสำหรับประชาชนของเรื่องนี้เขียนขั้นตอนไว้สี่ขั้น และขั้นที่สามคือคำชี้ขาด

ประชาชนพิมพ์คำขอที่ตรวจสอบแล้วซึ่งนายทะเบียนแจ้งให้มาชำระค่าธรรมเนียมจากระบบ Biz Portal ไปยื่นจดทะเบียน ณ สำนักงานที่แจ้งยื่นจดทะเบียนพาณิชย์และชำระค่าธรรมเนียม

คู่มือฉบับเดียวกันยังเขียนเหตุผลของระบบไว้เองว่า การยื่นผ่าน Biz Portal ทำให้ได้รับการตรวจคำขอก่อนนำมายื่นจดทะเบียนที่สำนักงาน อันเป็นการลดขั้นตอนในการตรวจสอบและพิจารณาคำขอของนายทะเบียน

ประหยัดเวลาได้เท่าไหร่

คู่มือระบุเวลาของทั้งสองช่องทางไว้ให้เทียบกันได้

  • ไปที่สำนักงานอย่างเดียว รวม 1 ชั่วโมง — ตรวจเอกสาร 30 นาที รับจดทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียม 20 นาที ลงนามและมอบใบทะเบียน 10 นาที
  • ยื่นผ่าน Biz Portal ก่อน รวม 50 นาที — นายทะเบียนตรวจคำขอผ่านระบบ 30 นาที แล้วที่สำนักงานอีก 20 นาที

ต่างกันสิบนาที และสิ่งที่ลดคือขั้นตอนตรวจเอกสารหน้าเคาน์เตอร์ ไม่ใช่การเดินทาง คนที่ตั้งใจยื่นออนไลน์เพื่อจะได้ไม่ต้องไปสำนักงาน จึงต้องไปอยู่ดี

ข้อจำกัดของข้อมูลนี้

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ข้อ 6 กำหนดไว้แต่เรื่องสถานที่ยื่น ไม่มีถ้อยคำเรื่องช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เลย ช่องทางออนไลน์จึงเป็นระบบที่หน่วยงานจัดให้ ไม่ได้เปลี่ยนที่ยื่นตามกฎหมาย

และเราตรวจได้เพียงว่าคู่มือฉบับทางการระบุช่องทางนี้ไว้ ณ วันที่เข้าถึงคือ 17 สิงหาคม 2569 เรายังไม่ได้ยืนยันว่าระบบเปิดให้บริการรายการนี้อยู่จริงในวันนี้ ระบบออนไลน์เปลี่ยนเร็วกว่าตัวบทมาก ก่อนเดินทางจึงควรตรวจกับสำนักงานในพื้นที่อีกครั้ง

ข้อมูลข้างต้นเป็นของการจดทะเบียนเลิกโดยเฉพาะ เรายังไม่ได้ตรวจว่าการจดทะเบียนตั้งใหม่หรือการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ใช้ช่องทางเดียวกันได้หรือไม่

แหล่งอ้างอิง

ประวัติการแก้ไข (2 รายการ)

17 ส.ค. 2569

  • เพิ่มหัวข้อ ยื่นทางออนไลน์ได้ไหม เพราะเดิมบทความตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย ผู้ที่อ่านฉบับก่อนหน้าจะไม่ทราบว่ามีช่องทาง Biz Portal อยู่ และไม่ทราบว่าช่องทางนั้นไม่ได้ทำให้ไม่ต้องไปสำนักงาน

12 ส.ค. 2569

  • เผยแพร่ครั้งแรก

บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมายและเอกสารราชการที่อ้างถึง ณ วันที่ระบุด้านบน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในพื้นที่ก่อนดำเนินการ