อัปเดตล่าสุด: 14 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096, 1097, 1098, 1099, 1100, 1101 และ 1111/1 · พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2551 และ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 · ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 7 พ.ศ. 2566 · กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมฯ พ.ศ. 2563
สรุปสั้นที่สุด
หนังสือบริคณห์สนธิคือเอกสารตั้งต้นของบริษัทจำกัด ที่ผู้เริ่มก่อการตั้งแต่สองคนขึ้นไปเข้าชื่อกันทำขึ้นก่อนจดทะเบียนบริษัท ต้องมีรายการหกอย่างตามมาตรา 1098 ทำเป็นต้นฉบับไม่น้อยกว่าสองฉบับ มีพยานลงชื่อรับรองสองคน และมีอายุสามปี
จดพร้อมกับจดทะเบียนบริษัทภายในวันเดียวก็ได้ หรือจะจดหนังสือบริคณห์สนธิไว้ก่อนแล้วค่อยตั้งบริษัททีหลังก็ได้ แต่ทางหลังมีต้นทุนที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ อยู่ในหัวข้อท้ายบทความ
หนังสือบริคณห์สนธิคืออะไร
มาตรา 1097 กำหนดว่าบุคคลใด ๆ ตั้งแต่สองคนขึ้นไปจะเริ่มก่อการและตั้งเป็นบริษัทจำกัดก็ได้ โดยเข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิ และกระทำการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้
หนังสือบริคณห์สนธิจึงเป็นก้าวแรกของการตั้งบริษัท ยังไม่ใช่ตัวบริษัท หลังจากนี้ยังมีขั้นตอนต่ออีกหลายอย่าง ทั้งจองซื้อหุ้น ประชุมตั้งบริษัท ส่งมอบกิจการ และเรียกเก็บเงินค่าหุ้น
ตัวเลขสองคนเป็นของใหม่ เดิมกฎหมายกำหนดไว้สามคน และก่อนหน้านั้นเจ็ดคน มาตรา 1097 ถูกแก้เป็นสองคนโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ซึ่งหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติระบุเองว่าบทบัญญัติเดิมยังเป็นอุปสรรคต่อการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการกำหนดจำนวนขั้นต่ำของผู้เริ่มก่อการและตั้งบริษัทจำกัดไว้สามคน
ส่วนคำว่าบริษัทจำกัด มาตรา 1096 นิยามไว้ว่าคือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน โดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
ต้องมีรายการอะไรบ้าง
มาตรา 1098 กำหนดว่าหนังสือบริคณห์สนธินั้นต้องมีรายการดังต่อไปนี้
- ชื่อบริษัทอันคิดจะตั้งขึ้น ซึ่งต้องมีคำว่า “จำกัด” ไว้ปลายชื่อนั้นด้วยเสมอไป
- ที่สำนักงานของบริษัทซึ่งบอกทะเบียนนั้นจะตั้งอยู่ ณ ที่ใดในพระราชอาณาเขต
- วัตถุที่ประสงค์ทั้งหลายของบริษัท
- ถ้อยคำสำแดงว่า ความรับผิดของผู้ถือหุ้นจะมีจำกัด
- จำนวนทุนเรือนหุ้นซึ่งบริษัทคิดกำหนดจะจดทะเบียน แบ่งออกเป็นหุ้นมีมูลค่ากำหนดหุ้นละเท่าไร
- ชื่อ สำนัก อาชีวะ และลายมือชื่อของบรรดาผู้เริ่มก่อการ ทั้งจำนวนหุ้นซึ่งต่างคนต่างเข้าชื่อซื้อไว้คนละเท่าใด
ข้อ (6) มีเงื่อนไขที่ต้องอ่านคู่กับมาตราอื่น มาตรา 1100 กำหนดว่าผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องลงชื่อซื้อหุ้นหุ้นหนึ่งเป็นอย่างน้อย จะเป็นผู้เริ่มก่อการโดยไม่ถือหุ้นเลยจึงไม่ได้
และถ้าจะให้กรรมการรับผิดโดยไม่จำกัด มาตรา 1101 กำหนดว่าต้องจดแถลงไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิด้วย
ข้อสังเกตที่หาไม่ค่อยเจอ ในฉบับรวมล่าสุดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ มาตรา 1098 ไม่มีเชิงอรรถกำกับว่าถูกแก้ไขโดยฉบับใด ต่างจากมาตรา 1096 1097 และ 1099 ที่มีเชิงอรรถกำกับไว้ทุกมาตรา
ทำกี่ฉบับ ใครลงชื่อ
มาตรา 1099 ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 23 พ.ศ. 2565 กำหนดให้ทำหนังสือบริคณห์สนธิเป็นต้นฉบับไว้ไม่น้อยกว่าสองฉบับ ลงลายมือชื่อของบรรดาผู้เริ่มก่อการ โดยมีพยานลงชื่อรับรองด้วยสองคน และให้นำฉบับหนึ่งไปจดทะเบียน
ส่วนขั้นตอนการยื่น ข้อ 69 ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง กำหนดให้ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อเป็นผู้ขอจดทะเบียน
สองอย่างนี้คนละเรื่องกัน ตัวหนังสือบริคณห์สนธิต้องมีลายมือชื่อผู้เริ่มก่อการทุกคน ส่วนคำขอจดทะเบียนใช้คนเดียวก็ยื่นได้
มีอายุสามปี
มาตรา 1099 วรรคสองกำหนดว่า ถ้าการจดทะเบียนบริษัทมิได้ทำภายในสามปีนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ให้หนังสือบริคณห์สนธินั้นสิ้นผล
ข้อ 69 ของระเบียบเดินคู่กันว่า ถ้าหนังสือบริคณห์สนธิสิ้นผลแล้ว ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนใด ๆ
จองชื่อไว้แล้วดองจึงทำไม่ได้อีกต่อไป เกินสามปีเมื่อไหร่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
สำหรับหนังสือบริคณห์สนธิที่จดทะเบียนไว้ก่อนกฎนี้ใช้บังคับ มาตรา 19 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลของฉบับที่ 23 กำหนดให้จดทะเบียนบริษัทได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยมิให้นำมาตรา 1099 วรรคสอง มาใช้บังคับในช่วงเวลาดังกล่าว
ช่วงผ่อนผันนี้ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะนับจากวันที่พระราชบัญญัติฉบับที่ 23 ใช้บังคับ ซึ่งคือวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 หนังสือบริคณห์สนธิที่จดค้างไว้ในปัจจุบันจึงอยู่ภายใต้กำหนดสามปีตามมาตรา 1099 วรรคสอง ตามปกติ
กฎเรื่องอายุสามปีนี้มาพร้อมกับการแก้ไขอีกหลายเรื่องในคราวเดียวกัน ทั้งการตั้งบริษัทด้วยคนสองคน การประชุมกรรมการผ่านเทคโนโลยี และการควบรวมบริษัท รวมไว้ที่ กฎหมายหุ้นส่วนบริษัทเปลี่ยนอะไรบ้าง ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566
แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิได้ไหม
แก้ได้ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนตั้งบริษัท แต่ต้องได้ความยินยอมจากทุกคน
ข้อ 70 ของระเบียบกำหนดให้ส่งหลักฐานการให้ความยินยอมของผู้เริ่มก่อการทุกคน แล้วให้ผู้เริ่มก่อการคนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อเป็นผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ 71 กำหนดเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้เริ่มก่อการไว้ว่า ทำได้ต่อเมื่อผู้เริ่มก่อการเดิมและผู้ที่เข้ามาใหม่ทุกคนยินยอมเป็นหนังสือ และต้องมีผู้เริ่มก่อการเดิมเหลืออยู่ไม่น้อยกว่าสองคน
และเมื่อจดทะเบียนตั้งบริษัทแล้ว จะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับผู้เริ่มก่อการในหนังสือบริคณห์สนธิอีกไม่ได้ รายชื่อชุดนั้นจึงติดอยู่กับบริษัทถาวร
จดหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ต้องตั้งบริษัทเลยไหม
คำตอบมีสองชั้น และชั้นที่สองเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครเขียนถึง
ชั้นแรก จดพร้อมกันวันเดียวได้ ถ้าทำครบสี่ข้อ
มาตรา 1111/1 ซึ่งเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2551 กำหนดว่า ในการจัดตั้งบริษัท ถ้าได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอนดังต่อไปนี้ภายในวันเดียวกับวันที่ผู้เริ่มก่อการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ กรรมการจะขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทไปพร้อมกันภายในวันเดียวกันก็ได้
- จัดให้มีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นครบตามจำนวนหุ้นทั้งหมดที่บริษัทจะจดทะเบียน
- ประชุมจัดตั้งบริษัทเพื่อพิจารณากิจการต่าง ๆ ตามมาตรา 1108 โดยมีผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนเข้าร่วมประชุม และผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนให้ความเห็นชอบในกิจการที่ได้ประชุมกันนั้น
- ผู้เริ่มก่อการได้มอบกิจการทั้งปวงให้แก่กรรมการ
- กรรมการได้เรียกให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นใช้เงินค่าหุ้นตามมาตรา 1110 วรรคสอง และเงินค่าหุ้นดังกล่าวได้ใช้เสร็จแล้ว
ฝั่งวิธีปฏิบัติ ข้อ 78 ของระเบียบให้จัดทำเป็นคำขอเดียว โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเป็นผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ 80 กำหนดว่าถ้าดำเนินการครบทุกขั้นตอนภายในวันเดียวกับวันที่จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ต้องยื่นทั้งสองอย่างพร้อมกันภายในวันเดียวกัน โดยนายทะเบียนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทั้งสองประเภทตามกฎกระทรวง และออกทั้งเลขทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและเลขทะเบียนบริษัท
ข้อ 81 กำหนดกรอบเวลาไว้ว่ายื่นพร้อมกันได้นับแต่ครบขั้นตอนตามมาตรา 1111/1 ทั้งนี้ไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่ได้ประชุมกัน
ชั้นที่สอง ถ้าจดไว้ก่อน ตอนตั้งบริษัทต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งชุด
ข้อ 82 ของระเบียบห้ามนายทะเบียนรับจดทะเบียนพร้อมกัน ถ้าทำไม่ครบขั้นตอนตามมาตรา 1111/1 เว้นแต่ผู้ขอประสงค์จะจดทะเบียนเฉพาะหนังสือบริคณห์สนธิไว้ก่อน ซึ่งรับจดได้ถ้าหนังสือนั้นทำถูกต้องตามมาตรา 1098 และผู้เริ่มก่อการลงลายมือชื่อครบ
แล้ววรรคท้ายของข้อเดียวกันเขียนไว้ตรง ๆ ว่า
ในกรณีที่ได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจะต้องดำเนินกระบวนการจัดตั้งบริษัทเสียใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่การจองซื้อหุ้น การนัดประชุมตั้งบริษัท การประชุมตั้งบริษัท การส่งมอบกิจการ และการเรียกเก็บเงินค่าหุ้น หลังจากนั้นจึงจะสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้
นี่คือต้นทุนที่คนจดหนังสือบริคณห์สนธิไว้ก่อนเพื่อกันชื่อ มักไม่ทราบ การจดแยกวันไม่ได้ผิด และทำได้ตามกฎหมาย แต่ขั้นตอนที่ทำไปแล้วไม่ได้ถูกนับต่อ
เรื่องนี้คนละเรื่องกับอายุสามปีตามมาตรา 1099 ซึ่งบอกเพียงว่าหนังสือจะสิ้นผลเมื่อไหร่ ไม่ได้บอกว่าระหว่างสามปีนั้นจะตั้งบริษัทได้ง่ายแค่ไหน
เมื่อจดทะเบียนตั้งบริษัทเสร็จแล้ว เอกสารที่ใช้ยืนยันว่าบริษัทมีอยู่จริงและใครเป็นกรรมการ คือหนังสือรับรอง ซึ่งขอได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อ่านวิธีขอและค่าธรรมเนียมได้ที่ ขอหนังสือรับรองบริษัท ทำยังไง ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
สองกรณีที่นายทะเบียนปฏิเสธ
ข้อ 76 ของระเบียบกำหนดให้ปฏิเสธการจดทะเบียนตั้งบริษัท ถ้ายื่นคำขอภายหลังสามเดือนนับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัท
ข้อ 77 กำหนดให้ปฏิเสธ ถ้าส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมตั้งบริษัทก่อนการรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
ข้อหลังคือลำดับที่คนทำเองมักสลับ เพราะเห็นว่าหนังสือนัดประชุมเป็นเอกสารภายในของตัวเอง จึงส่งออกไปก่อนเพื่อประหยัดเวลา
ตัวอย่าง
- สองคนตกลงตั้งบริษัท เตรียมเอกสารครบและประชุมกันเสร็จภายในวันเดียว — ยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมจดตั้งบริษัทได้ในคราวเดียว ตามมาตรา 1111/1 และข้อ 80
- จดหนังสือบริคณห์สนธิไว้ก่อนเพื่อกันชื่อ แล้วอีกหกเดือนค่อยตั้งบริษัท — ทำได้ แต่ต้องเดินกระบวนการจองซื้อหุ้น นัดประชุม ประชุมตั้งบริษัท ส่งมอบกิจการ และเรียกเก็บค่าหุ้นใหม่ทั้งชุดตามข้อ 82
- จดหนังสือบริคณห์สนธิไว้เมื่อสี่ปีก่อน เพิ่งกลับมาทำต่อ — สิ้นผลแล้วตามมาตรา 1099 วรรคสอง นายทะเบียนรับจดทะเบียนใด ๆ ไม่ได้ ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
- ส่งหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัทออกไปก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ — นายทะเบียนปฏิเสธการจดทะเบียนตั้งบริษัทตามข้อ 77
ข้อควรรู้เรื่องแหล่งที่มา
บทความนี้อ้างเอกสารสองชนิดที่มีน้ำหนักต่างกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นตัวบทกฎหมาย แก้ไขได้ด้วยพระราชบัญญัติเท่านั้น
ส่วนระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง เป็นระเบียบของนายทะเบียนที่วางวิธีปฏิบัติในการรับจดทะเบียน ไม่ใช่บทบัญญัติในประมวลกฎหมาย และแก้ไขได้บ่อยกว่า ฉบับที่ใช้อ้างในบทความนี้คือฉบับ พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 7 พ.ศ. 2566
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำกัด อยู่ที่ 500 บาท ตามข้อ 3(2) ของกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมฯ พ.ศ. 2563 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 106 ก หน้า 13-17 วันที่ 29 ธันวาคม 2563) เรายังไม่ได้ตรวจว่ามีกฎกระทรวงฉบับใดออกหลังฉบับนี้หรือไม่ ตัวเลขนี้จึงอ้างจากฉบับ พ.ศ. 2563 ตามที่ระบุ
แหล่งอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท ฉบับรวมล่าสุด มาตรา 1096, 1097, 1098, 1099, 1100, 1101 และ 1111/1 เผยแพร่โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำเนา)
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2551 มาตรา 8 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 41 ก หน้า 12-21 วันที่ 3 มีนาคม 2551) (สำเนา)
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 มาตรา 6, 7, มาตรา 19 และหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนที่ 69 ก หน้า 1-9 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565) (สำเนา)
- ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 7 พ.ศ. 2566 ข้อ 69, 70, 71, 76, 77, 78, 80, 81 และ 82 (สำเนา)
- กฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ลดอัตราค่าธรรมเนียม และยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง และค่าธรรมเนียมอื่นเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด พ.ศ. 2563 ข้อ 3(2) (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 106 ก หน้า 13-17 วันที่ 29 ธันวาคม 2563) (สำเนา)
ประวัติการแก้ไข (1 รายการ)
14 ส.ค. 2569
- เผยแพร่ครั้งแรก
บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมายและระเบียบที่อ้างถึง ณ วันที่ระบุด้านบน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ