ตรวจสอบบริษัทหรือร้านค้า ทำได้แค่ไหน ดูอะไรได้บ้าง

อัปเดตล่าสุด: 19 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1020, 1021, 1022, 1023 และ 1023/1 · พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 18 และอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ · ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 · ประกาศและคำสั่งของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ · ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561

สรุปสั้นที่สุด

ข้อมูลทะเบียนของร้านค้าและบริษัท เป็นข้อมูลที่ใครก็ขอตรวจดูได้เมื่อเสียค่าธรรมเนียมแล้ว ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของกิจการ และไม่ต้องเป็นผู้เกี่ยวข้อง

แต่ต้องรู้ก่อนว่าร้านนั้นเป็นนิติบุคคลหรือเป็นบุคคลธรรมดา เพราะอยู่คนละทะเบียน คนละกฎหมาย คนละที่ยื่น และคนละราคา

ส่วนข้อมูลที่ค้นฟรีได้ทางเว็บ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุไว้เองว่านำไปใช้อ้างอิงตามกฎหมายไม่ได้

ร้านที่จะตรวจ เป็นบริษัทหรือเป็นคน

ข้อนี้ต้องแยกให้ออกก่อน เพราะถ้าเลือกระบบผิด จะค้นไม่เจอแล้วเข้าใจว่าร้านนั้นไม่มีตัวตน ทั้งที่เพียงแต่ไปค้นผิดทะเบียน

ชั้นที่หนึ่ง ดูจากชื่อ

มาตรา 1098 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่าหนังสือบริคณห์สนธิต้องระบุชื่อบริษัทซึ่งต้องมีคำว่าจำกัดไว้ปลายชื่อนั้นด้วยเสมอไป ชื่อที่ลงท้ายว่าจำกัดจึงเป็นสัญญาณแรก

ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดจะมีคำนั้นนำหน้าชื่อ เป็นสัญญาณอย่างเดียวกัน

แต่เป็นเพียงสัญญาณ เพราะชื่อที่ร้านใช้บนหน้าเพจหรือหน้าเว็บ ร้านเป็นคนตั้งเอง ไม่จำเป็นต้องตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้

ชั้นที่สอง ดูจากเลขทะเบียน โดยดูว่าขึ้นต้นด้วยศูนย์หรือไม่

อย่านับจำนวนหลัก เพราะทั้งสองระบบใช้เลข 13 หลักเท่ากัน

คำสั่งสำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ที่ 1/2553 ข้อ 2 กำหนดว่ากรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เป็นเลขทะเบียนพาณิชย์

เลขทะเบียนพาณิชย์ของร้านบุคคลธรรมดา จึงไม่ใช่แค่มีจำนวนหลักเท่ากับเลขนิติบุคคล แต่คือเลขบัตรประชาชนของเจ้าของร้านนั่นเอง

ส่วนเลขทะเบียนนิติบุคคล ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2548 แบ่งโครงสร้างไว้หกส่วน

  • หลักที่ 1 คือเลข 0 หมายถึงการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • หลักที่ 2 ถึง 3 คือจังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • หลักที่ 4 คือประเภทของการจดทะเบียน
  • หลักที่ 5 ถึง 7 คือเลขสามตัวท้ายของปีพุทธศักราชที่จดทะเบียน
  • หลักที่ 8 ถึง 12 คือลำดับของการจดทะเบียนแต่ละประเภท
  • หลักที่ 13 คือเลขตรวจสอบความถูกต้อง

ค่าของหลักที่ 4 มีเก้าค่า คือ 2 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล · 3 ห้างหุ้นส่วนจำกัด · 4 หนังสือบริคณห์สนธิบริษัทจำกัด · 5 บริษัทจำกัด · 6 หนังสือบริคณห์สนธิบริษัทมหาชนจำกัด · 7 บริษัทมหาชนจำกัด · 8 หอการค้า · 9 สมาคมการค้า · 0 นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

หลักที่ 4 บอกว่าเป็นนิติบุคคลประเภทไหน ไม่ได้บอกว่าต้องไปค้นทะเบียนไหน

และหลักจังหวัดบอกจังหวัดตอนจดทะเบียน ไม่ใช่จังหวัดปัจจุบัน ประกาศฉบับเดียวกันข้อ 3 ระบุว่าถ้าภายหลังย้ายสำนักงานใหญ่ไปตั้งท้องที่อื่น ให้คงเลขทะเบียนที่ออกไว้เช่นเดิม

บริษัทที่เคยมีทะเบียนพาณิชย์ด้วย เป็นเรื่องของอดีตแล้ว

คำสั่งสำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ที่ 1/2553 ข้อ 3 ระบุว่าถ้าผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลเป็นเลขทะเบียนพาณิชย์

แต่ข้อ 4 (1) ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ยกห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบริษัทมหาชนจำกัด ออกจากบังคับของพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ไปแล้ว

คนที่ค้นเจอทะเบียนพาณิชย์เก่าของบริษัท จึงไม่ได้แปลว่าบริษัทนั้นยังมีหน้าที่อยู่ รายละเอียดอยู่ใน บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว

ชั้นที่สาม ค้นในทะเบียนจริง คือวิธีเดียวที่ชี้ขาด

สองชั้นแรกเป็นการอ่านจากสิ่งที่ร้านแสดงไว้เอง ซึ่งร้านเป็นคนพิมพ์ทั้งหมด การค้นในทะเบียนจริงเท่านั้นที่ยืนยันได้ว่ามีอยู่จริงและสถานะเป็นอย่างไร วิธีค้นอยู่ในสองหัวข้อถัดไปและหัวข้อเรื่องระบบออนไลน์

ถ้าเป็นนิติบุคคล ดูอะไรได้ ที่ไหน เท่าไร

มาตรา 1020 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่า

บุคคลทุกคนเมื่อได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้ว ชอบที่จะตรวจเอกสารซึ่งนายทะเบียนเก็บรักษาไว้ได้ หรือจะขอให้คัดสำเนาหรือเนื้อความในเอกสารฉบับใด ๆ พร้อมด้วยคำรับรองว่าถูกต้องมอบให้ก็ได้

คำว่าบุคคลทุกคน ไม่มีเงื่อนไขเรื่องความเกี่ยวข้องหรือเหตุผลใด ๆ

ยื่นอย่างไร

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบพิมพ์การให้บริการข้อมูลธุรกิจ พ.ศ. 2569 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569 กำหนดให้ใช้ แบบ บธ.1 ใบเดียวสำหรับบริการหกอย่าง คือออกหนังสือรับรองนิติบุคคล ออกใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ออกหลักฐานการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ รับรองสำเนาเอกสาร ตรวจค้นเอกสาร และถ่ายข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ประกาศฉบับนี้ยกเลิกประกาศฉบับ พ.ศ. 2559 และระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561 ข้อ 30 กำหนดให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

สำเนาเอกสารที่ติ๊กขอได้ในแบบ บธ.1 มีเก้าช่อง ได้แก่หนังสือบริคณห์สนธิฉบับจัดตั้งและฉบับแก้ไขล่าสุด งบการเงินประจำปีและ ณ วันเลิก บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับยื่นไว้ล่าสุด ข้อบังคับ ดวงตรา หนังสือนัดประชุม รายงานการประชุม และอื่น ๆ

ข้อ 32 วรรคหนึ่งกำหนดว่า ถ้าผู้ขอไม่ทราบว่าจะขอเอกสารฉบับใด เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการตรวจค้นให้

ราคา

  • ตรวจค้นเอกสารทางทะเบียน รายละ 50 บาท
  • ตรวจค้นงบการเงินหรือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายละ 50 บาท
  • รับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท
  • ตรวจค้นเอกสารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รายละ 200 บาท
  • ตรวจค้นเอกสารสมาคมการค้า ครั้งละ 5 บาท
  • ตรวจค้นเอกสารหอการค้า ไม่มีค่าธรรมเนียม

ส่วนค่าหนังสือรับรองอยู่ที่รายการละ 40 บาท ซึ่งอธิบายไว้ใน ขอหนังสือรับรองบริษัท ทำยังไง ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่

อัตราในแบบ บธ.1 ตรงกับกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 3 ทุกรายการ

ตัวอย่าง

สมมติว่าจะโอนเงินมัดจำก้อนใหญ่ให้บริษัทที่ไม่เคยทำธุรกิจด้วยมาก่อน ขอตรวจค้นเอกสารทางทะเบียนของบริษัทนั้นได้ เสียรายละ 50 บาท จะได้เห็นรายการที่จดทะเบียนไว้

ถ้าต้องการเอกสารที่มีคำรับรองไว้ใช้อ้างอิง ต้องขอสำเนาพร้อมคำรับรอง หน้าละ 50 บาท เพราะการตรวจดูเฉย ๆ ไม่ได้เอกสารติดมือกลับมา

ข้อ 36 ของระเบียบกำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอหนังสือรับรองข้อความในทะเบียน หรือการขอตรวจ ขอสำเนา หรือขอให้ถ่ายเอกสารพร้อมทั้งคำรับรอง ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตจังหวัด ในอัตราเดียวกันกับกรณีที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด ไม่ว่าจะให้บริการโดยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบโทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

ข้อนี้เป็นกฎเรื่องอัตราค่าธรรมเนียม ไม่ใช่กฎเรื่องสถานที่ยื่น สิ่งที่บอกได้จึงมีเพียงว่าราคาไม่ต่างกันไม่ว่าบริษัทจะจดทะเบียนไว้จังหวัดใด

ถ้าเป็นร้านบุคคลธรรมดา ดูอะไรได้

มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กำหนดว่า

ผู้ใดประสงค์จะตรวจดู หรือขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิที่จะทำได้ในเมื่อเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้ว

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยตอบข้อหารือไว้ว่าคำว่าผู้ใดหมายถึงบุคคลทั่วไป ขอได้โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของกิจการ (หนังสือที่ พณ 0805.05/189 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552)

อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติกำหนดไว้สองรายการ คือขอตรวจดูเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ครั้งละ 20 บาท และขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสาร ฉบับละ 30 บาท

ถูกกว่าฝั่งนิติบุคคล และไปคนละที่ ฝั่งนิติบุคคลยื่นที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ส่วนฝั่งทะเบียนพาณิชย์ยื่นที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ระดับอำเภอหรือเขต

คำสั่งสำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ที่ 1/2553 ระบุไว้ในเหตุผลต้นคำสั่งว่า มีการกระจายอำนาจในการรับจดทะเบียนพาณิชย์ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 7,776 แห่ง

แบบที่ใช้คือแบบบริการข้อมูลทะเบียนพาณิชย์ ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2555 ซึ่งหัวแบบมีช่องให้กรอกชื่อสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ อำเภอหรือเขต และจังหวัด

จุดที่ต่างจากฝั่งนิติบุคคลอย่างเห็นได้ แบบบริการข้อมูลทะเบียนพาณิชย์มีช่องให้ระบุวัตถุประสงค์ คือศาล สถาบันการเงิน หน่วยงานราชการ ทำนิติกรรม หรืออื่น ๆ ขณะที่แบบ บธ.1 ของฝั่งนิติบุคคลไม่ถาม

มาตรา 18 ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเรื่องเหตุผลไว้ โดยผูกสิทธิไว้กับการเสียค่าธรรมเนียมอย่างเดียว สิ่งที่พูดได้จึงมีเพียงว่าแบบมีช่องให้ระบุวัตถุประสงค์

เรื่องเอกสารฝั่งทะเบียนพาณิชย์อธิบายไว้ละเอียดกว่านี้ใน ใบทะเบียนพาณิชย์คืออะไร ต่างจากทะเบียนการค้าไหม

สิ่งที่ขอดูไม่ได้

สิทธิที่กว้างในสองหัวข้อก่อนหน้ามีเพดานอยู่ และเพดานนั้นเขียนไว้ในระเบียบกับตัวบท

เอกสารแสดงตัวของบุคคล ข้อ 32 ของระเบียบห้ามออกสำเนาพร้อมคำรับรองของเอกสารที่นายทะเบียนเก็บรักษาไว้ เช่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาทะเบียนบ้าน เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูล หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

คำขอที่ยังไม่ได้รับจดทะเบียน ข้อ 33 ห้ามตรวจหรือคัดสำเนาคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบซึ่งนายทะเบียนยังมิได้รับจดทะเบียน เว้นแต่มีคำสั่งศาลหรือได้รับอนุญาต

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน มาตรา 1020 วรรคสอง เปิดให้เฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ใช่บุคคลทุกคนเหมือนวรรคหนึ่ง เป็นข้อยกเว้นเดียวที่ตัวบทไม่ได้เปิดให้ทุกคน

ข้อ 35 วรรคสองของระเบียบระบุตัวอย่างผู้มีส่วนได้เสียไว้ คือผู้เป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้รับมอบอำนาจ

ส่วนสารบัญจากแฟ้มทะเบียน ข้อ 30 ให้บริการได้เฉพาะการขอตรวจเอกสาร

กฎหมายให้ผลอะไรกับคนที่ตรวจและไม่ได้ตรวจ

สามมาตราต่อไปนี้กำหนดผลไว้กับบุคคลภายนอกโดยไม่ขึ้นกับว่าเคยไปตรวจหรือไม่ การตรวจไม่ได้ทำให้ได้สิทธิ์เพิ่ม แต่ทำให้รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะใด

มาตรา 1021 กำหนดให้นายทะเบียนทุกคนแต่งย่อรายการซึ่งได้ลงทะเบียน ส่งไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นคราว ๆ

มาตรา 1022 กำหนดต่อว่าเมื่อได้พิมพ์โฆษณาแล้ว ให้ถือว่าบรรดาเอกสารและข้อความซึ่งลงทะเบียนอันได้กล่าวถึงในย่อรายการนั้น เป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวง ไม่เลือกว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องด้วยห้างหุ้นส่วนหรือด้วยบริษัทนั้นหรือที่ไม่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวัง ผลตามมาตรา 1022 ผูกอยู่กับย่อรายการที่ลงพิมพ์โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 1021 ไม่ได้ผูกกับการที่ข้อมูลไปปรากฏบนเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

มาตรา 1023 กำหนดว่าผู้เป็นหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท จะถือเอาประโยชน์แก่บุคคลภายนอกเพราะเหตุที่มีสัญญาหรือเอกสารหรือข้อความอันบังคับให้จดทะเบียนยังไม่ได้ จนกว่าจะได้จดทะเบียนแล้ว แต่ฝ่ายบุคคลภายนอกจะถือเอาประโยชน์เช่นว่านั้นได้

มาตรา 1023/1 กำหนดว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจะยกมาตรา 1023 ขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตเพื่อไม่ให้ต้องรับผิด โดยอ้างว่าผู้เป็นหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือกรรมการไม่มีอำนาจกระทำการ มิได้

สามมาตรานี้อ่านต่อกันแล้วจะเห็นว่ากฎหมายวางน้ำหนักไว้ทางฝั่งบุคคลภายนอกที่สุจริต การไปตรวจจึงไม่ใช่การขอสิทธิ์ แต่เป็นการรู้ว่าสิ่งที่ถือว่ารู้กันแล้วนั้นคืออะไร

ตรวจออนไลน์ฟรีได้แค่ไหน

เราเปิดระบบ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยไม่ได้เข้าสู่ระบบ และพบว่าค้นด้วยชื่อหรือเลขทะเบียนได้ทันที

หน้าข้อมูลนิติบุคคลแสดงสถานะนิติบุคคล วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง ทุนจดทะเบียน ประเภทนิติบุคคล เลขทะเบียนเดิม กลุ่มธุรกิจ ขนาดธุรกิจ ปีที่ส่งงบการเงินย้อนหลังห้าปีซึ่งคลิกเข้าไปดูงบได้ ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ เว็บไซต์ รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนพร้อมวิธีลงหุ้นและจำนวนเงินลงหุ้นรายคน หุ้นส่วนผู้จัดการ และประเภทธุรกิจตามรหัส TSIC พร้อมวัตถุประสงค์

หน้าเดียวกันมีแท็บข้อมูลงบการเงิน การลงทุนจำแนกตามสัญชาติ ประวัติการเปลี่ยนแปลง รางวัลและสัญลักษณ์ ข้อมูลหน่วยงานภายนอก และขอหนังสือรับรอง

ข้อมูลไม่ใช่ข้อมูลสด หน้าดังกล่าวระบุวันที่ของข้อมูลกำกับไว้ ซึ่งในวันที่เราเปิดดู เป็นข้อมูลของวันก่อนหน้า

ที่สำคัญกว่านั้น ระบบเขียนข้อจำกัดไว้เองว่า

ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปที่เปิดเผยเท่านั้น เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ตามกฎหมาย

ถ้าต้องการเอกสารที่ใช้อ้างอิงได้ ต้องขอหนังสือรับรองซึ่งเสียค่าธรรมเนียม อธิบายไว้ใน ขอหนังสือรับรองบริษัท ทำยังไง ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่

ระบบยังระบุด้วยว่าปีที่ส่งงบการเงินแสดงเฉพาะปีล่าสุดย้อนหลังห้าปี หากต้องการตรวจสอบเพิ่มเติมให้ขอใช้บริการผ่านระบบ DBD e-Service

ระบบอื่นที่เปิดดูวันเดียวกัน

  • ระบบตรวจค้นข้อมูลทะเบียนพาณิชย์สำหรับประชาชน ต้องสมัครสมาชิกก่อน
  • ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัด ต้องสมัครสมาชิกก่อน
  • ระบบตรวจสอบหนังสือรับรองและรับรองสำเนาเอกสาร ไม่ต้องสมัคร ค้นด้วยเลขอ้างอิง
  • ระบบตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล ไม่ต้องสมัคร เลือกจากจังหวัด อำเภอ และตำบล

ตรงนี้ต่อกลับไปที่เรื่องแยกประเภทร้าน ฝั่งนิติบุคคลค้นฟรีได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก แต่ฝั่งทะเบียนพาณิชย์ของบุคคลธรรมดาต้องสมัครสมาชิกก่อน ใครไม่อยากสมัครก็กลับไปใช้วิธียื่นที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

เราทดสอบเฉพาะกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด ยังไม่ได้ทดสอบกรณีบริษัทจำกัด จึงยังไม่ระบุว่าระบบแสดงรายชื่อกรรมการของบริษัทจำกัดครบเพียงใด

จดทะเบียนแล้วไม่ได้แปลว่าเชื่อถือได้

ข้อสุดท้ายนี้เป็นคำของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเอง ไม่ใช่ความเห็นของเรา

กรมฯ ขึ้นคำเตือนไว้บนหน้าแรกของ DataWarehouse+ ว่าข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุนและเช็คสถานะความมีตัวตนของนิติบุคคล ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือเป็นส่วนประกอบเพียงส่วนหนึ่งที่ใช้ในการตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมายกับกรมฯ เท่านั้น

เหตุที่ต้องขึ้นคำเตือน คือกรมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ โดยอ้างถึงความมีตัวตนในการจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมีการปลอมแปลงเว็บไซต์ DataWarehouse+ หลอกผ่านคอลเซ็นเตอร์ ข้อความสั้น สื่อสังคมออนไลน์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

อ่านคำเตือนนี้แล้วจะเห็นเส้นแบ่งที่สำคัญ การจดทะเบียนคือการยื่นเอกสารครบตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การที่รัฐตรวจสอบแล้วรับรองว่าธุรกิจนั้นน่าเชื่อถือ

สิ่งที่การตรวจทะเบียนตอบได้คือกิจการนั้นมีตัวตนตามทะเบียนหรือไม่ สถานะเป็นอย่างไร ใครเกี่ยวข้อง และเคยส่งงบการเงินไว้เมื่อใด ส่วนคำถามว่าจะโกงหรือไม่ ทะเบียนไม่ได้ตอบ

กรมฯ ย้ำด้วยว่าให้เข้าใช้งานจากเว็บไซต์ของกรมฯ โดยเลือกบริการออนไลน์ หรือเข้าที่ที่อยู่ของระบบโดยตรงเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

ประวัติการแก้ไข (1 รายการ)

19 ส.ค. 2569

  • ใส่ลิงก์แหล่งอ้างอิง ฉบับก่อนหน้าระบุรายชื่อเอกสารไว้ครบแต่ไม่มีลิงก์ให้เปิดตรวจสอบเลยสักฉบับ
  • แก้ชื่อผู้ออกระเบียบว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561 จากเดิมที่เขียนว่าระเบียบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ตามชื่อบนหัวเอกสาร ฉบับก่อนหน้าอาจทำให้ผู้อ่านค้นหาเอกสารต้นทางไม่พบ
  • เผยแพร่ครั้งแรก

บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมาย ระเบียบ และเอกสารราชการที่อ้างถึง ณ วันที่ระบุด้านบน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนดำเนินการ