อัปเดตล่าสุด: 11 สิงหาคม 2569
อ้างอิง: ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดพาณิชยกิจที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนและพาณิชยกิจที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 พ.ศ. 2567 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 152 ง หน้า 6-7 วันที่ 4 มิถุนายน 2567)
สรุป
ถ้าคุณเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือบริษัทมหาชนจำกัด — ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อีกต่อไป แม้จะขายของออนไลน์ก็ตาม
และถ้าเคยจดไว้ ใบทะเบียนพาณิชย์ใบนั้นสิ้นผลไปแล้ว ตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ 2 และเป็นวันที่ที่คำชี้แจงเพิ่มเติมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุไว้ตรงกัน โดยไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่ม
บทความส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงที่เผยแพร่ในปี 2569 ยังบอกว่านิติบุคคลต้องจด เพราะยังอ้างประกาศฉบับที่ 11 พ.ศ. 2553 ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว
ประกาศฉบับไหนที่เปลี่ยน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศฉบับใหม่โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 7(6) และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 4 มิถุนายน 2567
ข้อ 2 กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ จึงมีผลตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2567
ข้อ 3 ยกเลิกประกาศเดิมสองฉบับ คือ
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 93 (พ.ศ. 2520) เรื่อง กำหนดพาณิชยกิจที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2520
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2553
ฉบับที่ 11 คือฉบับที่ทุกเว็บอ้างกันอยู่ทุกวันนี้
ใครหลุดออกจากบังคับ
ข้อ 4 ระบุว่าไม่ให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 แก่
(1) พาณิชยกิจซึ่งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด
(2) พาณิชยกิจซึ่งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547
สังเกตว่าไม่มีข้อยกเว้นซ้อนเรื่องการขายออนไลน์เหมือนประกาศฉบับเดิม ซึ่งประกาศฉบับที่ 11 พ.ศ. 2553 กำหนดไว้ในข้อ 5(3)
ข้อ 4 นี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 7(6) ซึ่งเป็นหนึ่งในหกกลุ่มที่พระราชบัญญัติยกเว้นไว้เอง ดูโครงสร้างทั้งระบบว่ากลุ่มใดไม่ต้องจดบ้างได้ที่ กิจการแบบไหนไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
ใครยังต้องจด
ข้อ 5 กำหนดให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ประกอบพาณิชยกิจต่อไปนี้ ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต้องจดทะเบียนพาณิชย์
- การทำโรงสีข้าว และการทำโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร
- การขายสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
- การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนค้าต่าง ซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ และสินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป
- การประกอบหัตถกรรมหรือการอุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใด ๆ และขายสินค้าที่ผลิตได้มีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป หรือในวันหนึ่งวันใดมีสินค้าที่ผลิตได้มีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
- การซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ข้อสังเกตที่สำคัญ ข้อ 5(5) ซึ่งเป็นข้อที่ครอบคลุมการขายออนไลน์ ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำไว้เลย ต่างจากข้อ 5(2) (3) และ (4) ที่มีตัวเลขกำกับ
จุดที่คนจะสับสนมากที่สุด: ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ข้อ 4(1) ที่ยกเว้น ใช้คำว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
ข้อ 5 ที่บังคับให้จด ใช้คำว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ เฉย ๆ
สองคำนี้คนละสถานะกัน ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วได้รับยกเว้น ส่วนห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน ยังต้องจดทะเบียนพาณิชย์อยู่
วิธีเช็กง่ายที่สุดคือดูว่ามีหนังสือรับรองนิติบุคคลและเลขทะเบียน 13 หลักจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่
ใบทะเบียนเก่าสิ้นผลอัตโนมัติ
ข้อ 8 กำหนดว่าใบทะเบียนพาณิชย์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ที่นายทะเบียนออกให้ก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ เป็นอันสิ้นผลไป
หมายความว่าไม่ต้องไปยื่นเลิก ไม่ต้องไปคืนใบ มันสิ้นผลด้วยตัวเองตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2567
สิ่งที่ควรทำ ถ้าหน้าเว็บหรือเอกสารของบริษัทยังแสดงเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ ควรตรวจสอบว่ายังเหมาะสมที่จะแสดงหรือไม่ เพราะเป็นการอ้างอิงใบที่ไม่มีผลแล้ว
ส่วนข้อ 7 กำหนดว่าบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ และนิติบุคคลต่างประเทศที่ตั้งสำนักงานสาขาในไทย ซึ่งจดทะเบียนไว้ก่อนประกาศใช้บังคับ ถือเป็นผู้จดทะเบียนตามประกาศฉบับนี้แล้ว ไม่ต้องไปจดซ้ำ
ตัวอย่าง
- บริษัทจำกัดที่ขายของใน Shopee มาห้าปี เคยจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ปี 2565 — ใบนั้นสิ้นผลแล้ว ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องจดใหม่
- ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่กำลังจะเปิดเว็บขายของ — ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
- ร้านค้าที่เจ้าของเปิดในนามตัวเอง ไม่ได้จดบริษัท ขายผ่านไลน์ — ยังต้องจดตามข้อ 5(5)
- ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ตกลงกันเองระหว่างเพื่อนสองคน ไม่ได้จดนิติบุคคล — ยังต้องจด
ยื่นที่ไหน สำหรับคนที่ยังต้องจด
ข้อ 6 กำหนดให้ยื่น ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเฉพาะในท้องที่นอกเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล
นิติบุคคลต่างประเทศที่ตั้งสาขาในไทย
ตัวประกาศไม่ได้ตอบเรื่องนี้ตรง ๆ ข้อ 4 ไม่ได้ยกเว้นกลุ่มนี้ไว้ ข้อ 5 ก็ไม่ได้ระบุให้ต้องจด และข้อ 7 กล่าวถึงกลุ่มนี้เฉพาะกรณีที่จดทะเบียนไว้ก่อนประกาศใช้บังคับ
คำชี้แจงเพิ่มเติมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตอบไว้ชัดกว่า โดยจัดนิติบุคคลต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาเพื่อประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย ไว้ในกลุ่ม ผู้ที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ รวมกับนิติบุคคลประเภทอื่น
ส่วนรายที่จดทะเบียนไว้ก่อนประกาศใช้บังคับ คำชี้แจงระบุว่าใบทะเบียนพาณิชย์ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป และดำเนินการทางทะเบียนได้ตามปกติ เช่น จดเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงาน แก้ไขรายการทางทะเบียนอื่น หรือจดทะเบียนเลิก ซึ่งต่างจากใบของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่สิ้นผลไปแล้ว
เรื่องที่เรายังไม่มีคำตอบ
เครื่องหมาย DBD Registered คู่มือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าการขอเครื่องหมายนี้ต้องใช้สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารประกอบ แต่คู่มือฉบับนั้นเขียนขึ้นก่อนประกาศ พ.ศ. 2567 เมื่อใบทะเบียนของนิติบุคคลสิ้นผลไปแล้ว เงื่อนไขการขอหรือคงสถานะเครื่องหมายนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร ยังไม่มีเอกสารของกรมฯ ที่ตอบไว้
เราจะอัปเดตเมื่อหาเอกสารอ้างอิงได้
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดพาณิชยกิจที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนและพาณิชยกิจที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 พ.ศ. 2567 ข้อ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 (สำเนา)
- คำชี้แจงเพิ่มเติม ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ พ.ศ. 2567 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำเนา)
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 ข้อ 4 และข้อ 5 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 151 ง หน้า 19-21 วันที่ 29 ธันวาคม 2553) (สำเนา)
- พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 7(6) และมาตรา 8 (สำเนา)
ประวัติการแก้ไข (6 รายการ)
11 ส.ค. 2569
- ย้ายเรื่องนิติบุคคลต่างประเทศที่ตั้งสาขาในไทย ออกจากหัวข้อ “เรื่องที่เรายังไม่มีคำตอบ” มาเป็นหัวข้อของตัวเอง เพราะคำชี้แจงเพิ่มเติมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดกลุ่มนี้ไว้ในฝั่งผู้ที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และระบุว่าใบทะเบียนของรายที่จดไว้ก่อนยังมีผลใช้บังคับต่อไป
- เขียนข้อเครื่องหมาย DBD Registered ใหม่ให้ระบุแหล่งที่มาเป็นคู่มือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ ซึ่งเปิดอ่านแล้ว ส่วนที่ยังไม่มีคำตอบคือผลของประกาศ 2567 ต่อเครื่องหมายนี้
- 10–11 ส.ค. 2569 — กำกับที่มาของวันที่ 5 มิถุนายน 2567 ในหัวข้อสรุป ว่าเป็นวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ 2 และคำชี้แจงเพิ่มเติมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุวันที่นี้ไว้ตรงกัน เดิมระบุวันที่นี้ลอย ๆ ในหัวข้อสรุป โดยอธิบายที่มาไว้ในหัวข้อถัดไปเท่านั้น
10 ส.ค. 2569
- แก้ย่อหน้าเครื่องหมาย DBD Registered เดิมเขียนว่า “เดิมใช้สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอ” ซึ่งเป็นการอ้างแนวปฏิบัติเดิมโดยยังไม่ได้เปิดคำชี้แจงของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปลี่ยนเป็นระบุที่มาและกำกับว่ายังไม่ได้ตรวจเอกสารฉบับนั้น
- แก้เลขราชกิจจานุเบกษาของประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 จาก เล่ม 141 ตอนที่ 69 ก เป็น เล่ม 141 ตอนพิเศษ 152 ง
9 ส.ค. 2569
- เผยแพร่ครั้งแรก
บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทประกาศที่อ้างถึง ณ วันที่ระบุด้านบน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนดำเนินการ